เรอบ่อย หลังกินอาหาร

เรอบ่อย หลังกินอาหาร เป็นอาการที่ทำให้หลายคนกังวลใจว่าจะเป็นเพราะอาหารไม่ย่อย กรดเกินในกระเพาะ หรือเป็นเพราะโรคกรดไหลย้อนกันแน่

อาการเรอบ่อย เป็นสัญญาณของโรคอะไรได้บ้าง

เรอบ่อย หลังกินอาหาร อาจเกิดจากการกินอาหารเร็วเกินไป กินเยอะเกินไปจนอาหารไม่ย่อย นอกจากนี้เรอบ่อย หลังกินอาหาร เสร็จอาจเป็นสัญญาณของโรค เช่น โรคกรดไหลย้อน โรคกระเพาะอย่างโรคแผลในกระเพาะอาหาร โรคนิ่วในถุงน้ำดี หรืออาจเสียงเป็นมะเร็งในช่องท้องอย่างมะเร็งกระเพาะอาหาร หรือมะเร็งลำไส้ เมื่อมีอาการเรอบ่อยๆ สิ่งที่ทุกคนจะคิดถึงเป็นอย่างแรกคืออาการอาหารไม่ย่อย แต่อาการอาหารไม่ย่อยก็คล้ายกับอาการของกรดไหลย้อน เรามีวิธีสังเกตความแตกต่างดังนี้

แค่อาหารไม่ย่อยหรือกรดไหลย้อน

อาการของอาหารไม่ย่อย มีดังต่อไปนี้

1.มีอาการท้องอืด
2.รู้สึกแน่นท้อง ปวดท้องส่วนบน
3.มีลมในท้อง
4.เรอบ่อย
5.อาจมีอาการคลื่นไส้ อยากอาเจียน

แต่ถ้าเรอบ่อย คลื่นไส้ อยากอาเจียน แถมยังมีอาการเหล่านี้ร่วมด้วย อาจหมายถึง กรดไหลย้อน

1แสบร้อนทรวงอก จุกเสียดบริเวณใต้ลิ้นปี่
2.เรอเปรี้ยว เนื่องจากกรดในกระเพราะอาหารมีรสเปรี้ยว หรือหายใจมีกลิ่น
3.เสียงแหบ ไอเรื้อรัง หรืออาการหอบหืด เพราะกรดไหลย้อนไประคายคอหอย กล่องเสียง หรือหลอดลม
4.เจ็บหน้าอก หายใจไม่สะดวก

วิธีแก้อาการเรอบ่อย ที่เกิดจากอาหารไม่ย่อย

1.ปรับพฤติกรรมการใช้ชีวิต อาหารไม่ย่อยมักจะมีสาเหตุมาจากพฤติกรรมการกิน คือกินเยอะเกินไป กินเร็วเกินไป กินอาหารที่มีไขมันสูง กินอาหารไม่ตรงเวลา หรือดื่มน้ำอัดลม ดื่มแอลกอฮอล์มากเกินไป หากปรับพฤติกรรมการกินได้ก็จะช่วยทำให้อาการเรอบ่อยดีขึ้น ไม่จำเป็นต้องพึ่งยาเพียงอย่างเดียว เพียงแค่กินให้ช้าลง กินในปริมาณที่เหมาะสม และกินอาหารที่ดีต่อสุขภาพ ก็จะช่วยทำให้อาการเรอบ่อย เนื่องจากอาหารไม่ย่อยดีขึ้นแล้ว
2.การใช้ยารักษา ยาที่ใช้รักษาอาการอาหารไม่ย่อย ก็เช่นยาลดกรด หรือถ้าเป็นยาปฏิชีวนะก็เช่น อะม็อกซีซิลิน (Amoxicillin) และเมโทรนิดาโซล (Metronidazole) เป็นยาที่ช่วยในการย่อยอาหาร ข้อควรระวังคือ ไม่ควรซื้อยามากินเองโดยไม่ปรึกษาแพทย์

วิธีแก้อาการเรอบ่อย ที่เกิดจากกรดไหลย้อน

1.ปรับพฤติกรรมการใช้ชีวิต อาหารที่เรากินในแต่ละวันเป็นหนึ่งในสาเหตุที่ทำให้เกิดโรคกรดไหลย้อนได้ ดังนั้นวิธีการแก้อาหารเรอบ่อยเนื่องจากกรดไหลย้อน สามารถทำได้โดยปรับนิสัยการกิน คือบอกลา อาหารที่มีไขมันสูง เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ อาหารที่หวานจัด เผ็ดจัด หรือเค็มจัด นอกจากพฤติกรรมการกินแล้ว ยังมีพฤติกรรมการสูบบุหรี่ ที่ถ้าเลิกสูบได้ก็จะช่วยลดความเสี่ยงในการเป็นโรคกรดไหลย้อน และลดอาการเรอบ่อยด้วย

2.การใช้ยารักษา หากปรับพฤติกรรมการกินแล้วแต่อาการเรอบ่อยยังไม่ดีขึ้น ก็อาจใช้ยาเช่น ยาลดกรดในกลุ่มยายับยั้งฮิสตามีนชนิดที่ 2 (H2 Blockers) เช่น ไซเมทิดีน (Cimetidine) ยารักษาโรคกระเพาะอาหารฟาโมทิดีน (famotidine) และยาในกลุ่มยับยั้งโปรตอน ปั๊ม (Proton pump inhibitors) เช่น โอเมพราโซล (omeprazole) ข้อควรระวังคือ ไม่ควรซื้อยากรดไหลย้อนมากินเองโดยไม่ปรึกษาแพทย์ เพราะอาจจะเป็นอันตรายจากผลข้างเคียงจากยาได้

เมื่อไหร่ควรไปพบคุณหมอ

1.กินยาลดกรด หรือยาลดอาการแสบร้อนทรวงอกมากกว่า 2 ครั้งต่อสัปดาห์
2.มีอาการกรดไหลย้อนเป็นประจำ
3.อาเจียนติดต่อกันไม่หยุด
4.ปวดท้องมาก
5.เจ็บหน้าอก หายใจสั้นๆ หรือมีอาการเจ็บแขนร่วมด้วย

ขอขอบคุณ

ข้อมูล :Sopista Kongchon